ประกาศความเป็นส่วนตัว

ประกาศความเป็นส่วนตัว สำหรับพนักงาน นักศึกษาฝึกงาน อดีตพนักงาน สมาชิกในครอบครัว ผู้ค้ำประกันการปฏิบัติงาน และบุคคลอ้างอิง

ธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน) (“ธนาคาร”) ได้จัดทำและเผยแพร่ประกาศ ความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ขึ้น เพื่อชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ของพนักงาน นักศึกษาฝึกงาน อดีตพนักงาน สมาชิกในครอบครัว ผู้ค้ำประกันการปฏิบัติงาน และบุคคลอ้างอิง (“ท่าน”) รวมถึงวิธีการในการปกป้องคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและแนวทางการจัดการข้อมูลดังกล่าวอย่างเหมาะสม ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่ธนาคารเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย และแหล่งที่มาของข้อมูล

1.1 ข้อมูลส่วนบุคคลคืออะไร
ข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลธรรมดาซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม

1.2 ข้อมูลส่วนบุคคลที่ธนาคารเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย
ธนาคารมีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลหลายประเภท รวมถึงข้อมูลดังต่อไปนี้
  • ข้อมูลที่ใช้ระบุตัวตน (Identity Data) เช่น ชื่อ ชื่อสกุล เลขประจำตัวบัตรประชาชน เลขหนังสือเดินทาง เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร วัน เดือน ปีเกิด เพศ อายุ สัญชาติ สถานภาพการสมรส สถานภาพทางทหาร รูปถ่าย และในบางกรณีธนาคาร อาจมีความจำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลที่มีความอ่อนไหว เช่น ลายนิ้วมือ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ข้อมูลทุพพลภาพ โดยได้รับ ความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน หรือตามที่กฎหมายกำหนด
  • ข้อมูลติดต่อ (Contact Data) เช่น ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล
  • ข้อมูลทางการเงินหรือข้อมูลการทำธุรกรรม เช่น หมายเลขบัญชีเงินฝากธนาคาร เงินเดือน ประวัติสินเชื่อทั้งที่เป็นสินเชื่อสวัสดิการพนักงานของธนาคาร และ/หรือสินเชื่อที่มีอยู่กับสถาบันการเงินอื่น ข้อมูลการชำระหนี้ ข้อมูลเกี่ยวกับทรัพย์สิน
  • ข้อมูลเกี่ยวกับการทำงาน เช่น หลักฐานแสดงสิทธิการทำงานตามกฎหมาย ได้แก่ ใบอนุญาตทำงาน ข้อมูลการทำงานของท่าน ข้อมูลเกี่ยวกับการประเมินผล การปฏิบัติงาน ประวัติการลา ประวัติความเจ็บป่วย ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งาน ระบบสารสนเทศของธนาคาร
  • ข้อมูลส่วนตัวอื่น ๆ เช่น ประวัติการทำงาน การศึกษา และการฝึกอบรม/สัมมนา/ดูงาน ผู้ค้ำประกันการปฏิบัติงาน และสมาชิกในครอบครัวและบุคคลที่สามารถติดต่อได้ในกรณีฉุกเฉิน
  • ข้อมูลการบันทึกภาพหรือเสียงระหว่างการปฏิบัติงาน เช่น การบันทึกภาพ โดยกล้องวงจรปิด การบันทึกเสียงสนทนากรณีติดต่อกับลูกค้าหรือบุคคลภายนอก
  • ในบางกรณีธนาคารอาจมีความจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายต้องประมวลผล ข้อมูลที่มีความอ่อนไหวของท่านโดยไม่ต้องขอความยินยอมตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการคุ้มครองแรงงาน เช่น การลาป่วย การลาทำหมัน การลาคลอด เป็นต้น การประกันสังคม หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลของท่านตามกฎหมาย หรือการคุ้มครองทางสังคม ซึ่งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสิ่งจำเป็น ในการปฏิบัติตามสิทธิหรือหน้าที่ของธนาคารหรือท่าน โดยธนาคารได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน และประโยชน์ของท่านแล้ว

1.3 แหล่งที่มาของข้อมูล
ธนาคารอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งต่าง ๆ ดังนี้
(1) ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากท่านโดยตรง เช่น
  • ขั้นตอนการทำสัญญาจ้างกับธนาคาร การลงนามในสัญญาจ้าง การกรอกข้อมูล ลงในแบบพิมพ์สัญญาจ้าง แนบเอกสารประกอบการทำสัญญาจ้าง ทำแบบสอบถาม หรือลงทะเบียนต่าง ๆ
  • การติดต่อธนาคารผ่านทางช่องทางต่าง ๆ เช่น ทางโทรศัพท์ อีเมล
  • ธนาคารอาจมีการจัดเก็บข้อมูลโดยอัตโนมัติ เช่น เมื่อท่านเข้าใช้งานเว็บไซต์ หรือแอพพลิเคชั่นของธนาคาร
(2) ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งอื่น เช่น
  • ผู้ค้ำประกันการปฏิบัติงานของท่าน
  • หน่วยงานราชการ หรือแหล่งข้อมูลสาธารณะอื่น ๆ เช่น เว็บไซต์ของบริษัท เว็บไซต์สมัครงานอื่น ข้อมูลที่ค้นหาได้ทางอินเตอร์เน็ต หรือบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เช่น เฟซบุ๊ก (Facebook)
  • • บุคคลอ้างอิง สมาชิกในครอบครัวและบุคคลที่สามารถติดต่อได้ในกรณีฉุกเฉิน ที่ท่านระบุในใบสมัครงานของธนาคาร ในกรณีนี้ท่านมีหน้าที่ต้องแจ้งและได้รับความยินยอมจากบุคคลอ้างอิง สมาชิกในครอบครัวและบุคคลที่สามารถติดต่อได้ในกรณีฉุกเฉิน ทุกคน สำหรับการเปิดเผยชื่อ ชื่อสกุล หมายเลขโทรศัพท์ และรายละเอียดของอื่น ๆ ของบุคคลเหล่านั้นให้แก่ธนาคาร โดยเฉพาะ บุคคลอ้างอิงต้องยินดีให้ธนาคารติดต่อไปเพื่อสอบถามข้อมูลของท่านเพื่อประกอบการพิจารณารับเข้าทำงาน

2. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
ธนาคารดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์หลายประการ โดยขึ้นอยู่กับลักษณะความสัมพันธ์ระหว่างท่านกับธนาคาร ดังต่อไปนี้

วัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูล ฐานในการประมวลผลข้อมูล
เพื่อการดำเนินการตามกระบวนการและขั้นตอนตามสัญญาจ้างงานระหว่างท่านกับธนาคาร รวมถึงสัญญาข้อตกลงอื่นอันเกี่ยวเนื่องกับการว่าจ้าง เช่น สัญญาไม่เปิดเผยข้อมูลอันเป็นความลับ ประกาศและข้อบังคับการทำงาน ทั้งนี้ รวมถึงการแก้ไขเปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมสัญญาหรือข้อตกลงดังกล่าวด้วย
  • การปฏิบัติตามสัญญา หรือการดำเนินการตามคำขอ ก่อนเข้าทำสัญญา
  • ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
เพื่อการสื่อสารกับพนักงาน การประเมินผลการปฎิบัติงาน การฝึกอบรม/สัมมนา/ดูงาน การรับรองด้านความรู้ต่าง ๆ และการจัดกิจกรรมต่าง ๆ สำหรับพนักงาน
  • การปฏิบัติตามสัญญา
  • ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
เพื่อดำเนินการบริหารจัดการด้านค่าตอบแทนและสวัสดิการ ซึ่งหมายความรวมถึง การจัดทำบัญชีเงินเดือน การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายต่าง ๆ การหักภาษี การประกันสังคม การอายัดและนำส่งเงินเดือน โบนัส ค่าตอบแทนต่าง ๆ ตามคำสั่ง/หมาย/หนังสือแจ้ง ให้อายัดและนำส่งเงิน และการจัดทำประกันสุขภาพ ตามประกาศของธนาคาร
  • การปฏิบัติตามสัญญา
  • การปฏิบัติตามกฎหมาย
  • ความยินยอม
เพื่อดำเนินการและบริหารงานด้านบุคลากร ซึ่งหมายความรวมถึง การบริหารจัดการด้านพนักงาน และการปฏิบัติตามสัญญาจ้างงานระหว่างท่านกับธนาคาร เช่น การตรวจสอบเวลาเข้างานหรือเลิกงาน การปฏิบัติตามระบบรักษาความปลอดภัยของธนาคารในการควบคุมประตูเข้า-ออกพื้นที่ การบริหารจัดการวันลาพักร้อน ลากิจ หรือลาป่วย ตลอดจนเพื่อใช้ประเมินความสามารถ ในการปฏิบัติงานตามสัญญาจ้างงานจากประวัติสุขภาพและประวัติการลาป่วย รวมทั้งการดำเนินการจัดทำประกันสุขภาพตามนโยบายของธนาคาร
  • การปฏิบัติตามสัญญา
  • การปฏิบัติตามกฎหมาย
  • ความยินยอม
เพื่อการบริหารจัดการด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยของท่าน เช่น การทำประกันสุขภาพ หรือการจัดให้มีการตรวจร่างกายประจำปี
  • การปฏิบัติตามสัญญา
  • การปฏิบัติตามกฎหมาย
  • ความยินยอม
เพื่อดำเนินการวางแผน การรายงาน และการคาดการณ์ทางธุรกิจ
  • ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
เพื่อการโอนสิทธิ หน้าที่ และผลประโยชน์ใด ๆ ตามสัญญาจ้างระหว่างท่านกับธนาคาร เช่น การควบรวมกิจการหรือการโอนสัญญาจ้างงาน ซึ่งได้กระทำโดยชอบด้วยกฎหมาย
  • การปฏิบัติตามสัญญา
  • ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
เพื่อปฏิบัติตามข้อผูกพันทางกฎหมายและข้อเรียกร้องการบังคับ ใช้กฎหมาย รวมถึงรายงานข้อมูลต่อหน่วยงานราชการตามกฎหมาย เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับ และส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย กรมสรรพากร สำนักงานประกันสังคม กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หรือเมื่อได้รับคำสั่ง/หมาย/หนังสือแจ้งให้อายัดและนำส่งเงิน จากเจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยงานราชการ กรมบังคับคดี หรือศาล เป็นต้น
  • การปฏิบัติตามกฎหมาย
เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้อง ตามกฎหมาย
  • ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
  • เป็นการจำเป็นเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
เพื่อป้องกันและตรวจสอบการดำเนินการในลักษณะที่เป็นการฉ้อฉล การฟอกเงิน การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย การกระทำผิดทางอาญา หรือการกระทำอื่นใดที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
  • การปฏิบัติตามสัญญา
  • การปฏิบัติตามกฎหมาย
  • ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
เพื่อการตรวจสอบและจัดการเกี่ยวกับข้อร้องเรียนต่าง ๆ อันเนื่องมาจากการปฏิบัติงานตามสัญญาจ้างงาน รวมทั้ง การสืบสวนสอบสวน หรือกระบวนการทางกฎหมายอื่นใด
  • ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
  • การปฎิบัติตามกฎหมาย
เพื่อการรักษาความปลอดภัยภายในบริเวณอาคารหรือสถานที่ ของธนาคาร รวมถึงการทำบัตรพนักงาน และการบันทึกภาพ ภายในอาคารหรือสำนักงานของธนาคารไทยเครดิตฯ หรือสาขา ของธนาคารด้วยกล้องวงจรปิด (CCTV)
  • ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
เพื่อการบริหารความเสี่ยง การกำกับการตรวจสอบ และการบริหารจัดการภายในองค์กร เช่น กระบวนการตรวจสอบทุจริต ประพฤติผิดวินัยของพนักงาน กระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติและใบอนุญาตประกอบวิชาชีพที่เกี่ยวข้องสำหรับพนักงานบางตำแหน่ง การตรวจสอบผลประโยชน์ทับซ้อนสำหรับผู้บริหารบางกรณี กระบวนการตรวจสอบโดยหน่วยงานกำกับดูแล เช่น ธนาคาร แห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริม การประกอบธุรกิจประกันภัย
  • การปฏิบัติตามสัญญา
  • ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
  • การปฎิบัติตามกฎหมาย
เพื่อเปิดเผยให้แก่ลูกค้า คู่ค้า หรือบุคคลอื่น อันเนื่องมาจากสิทธิ และหน้าที่ในการปฏิบัติงานตามสัญญาจ้างงาน
  • การปฏิบัติตามสัญญา
  • ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
  • ความยินยอม
เพื่อการเปิดเผยให้แก่ตัวแทน ผู้รับจ้าง/ผู้รับจ้างช่วง ผู้ให้บริการ และผู้รับประกันภัย สำหรับการดำเนินงานใด ๆ ของธนาคาร
  • การปฏิบัติตามสัญญา
  • ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
  • ความยินยอม
เพื่อเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานของท่านให้แก่ผู้ที่จะเป็นนายจ้างใหม่ของท่าน ในกรณีที่ท่านระบุชื่อธนาคารเป็นบุคคลอ้างอิง ในฐานะนายจ้างเก่าหรือปัจจุบัน
  • ความยินยอม
เพื่อการเปิดเผยให้แก่บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคาร ได้แก่ บริษัท ไทยไมโคร ดิจิทัล โซลูชั่นส์ จำกัด และนิติบุคคลอื่นใด ได้แก่ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยไพบูลย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยประกันสุขภาพ จำกัด (มหาชน) เพื่อการประชาสัมพันธ์และนำเสนอ ผลิตภัณฑ์ บริการ สิทธิประโยชน์ และข้อเสนอพิเศษอื่น ๆ ของนิติบุคคลดังกล่าว ทั้งนี้ ธนาคารจะประกาศรายชื่อบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินบนเว็บไซต์ของธนาคาร ซึ่งสามารถดูรายละเอียดได้ที่ www.tcrbank.com
  • ความยินยอม


3. ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
ธนาคารจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นระยะเวลาเท่าที่จำเป็นเพื่อวัตถุประสงค์ ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งได้ระบุไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ หลักเกณฑ์ที่ใช้กำหนดระยะเวลาเก็บ ได้แก่ ระยะเวลาที่ธนาคารดำเนินความสัมพันธ์กับท่านตามสัญญาเกี่ยวกับการจ้างงานหรือการฝึกงาน และอาจเก็บต่อไปตามระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย หรือตามอายุความทางกฎหมาย เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อเหตุอื่นตามประกาศ และข้อกำหนดภายในองค์กรของธนาคาร
เมื่อพ้นระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล ธนาคารจะดำเนินการลบหรือทำลาย ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับแต่วันสิ้นสุดระยะเวลาดังกล่าว

4. การเปิดเผยข้อมูล
ในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในประกาศฉบับนี้ ธนาคารอาจเปิดเผยข้อมูลของท่านให้แก่บุคคลภายนอกดังต่อไปนี้

4.1 หน่วยงานราชการ หน่วยงานกำกับดูแล หรือหน่วยงานอื่นตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงเจ้าพนักงานซึ่งใช้อำนาจตามกฎหมาย เช่น ศาล กรมบังคับคดี ตำรวจ สำนักงานคณะกรรมการ กำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กรมสรรพากร สำนักงานประกันสังคม กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หรือหน่วยงานอื่นใดที่อาศัยอำนาจตามกฎหมาย

4.2 ตัวแทน ผู้รับจ้าง/ผู้รับจ้างช่วง และ/หรือผู้ให้บริการสำหรับการดำเนินงานใด ๆ เช่น
  • ผู้ให้บริการขนส่ง ผู้ให้บริการเก็บและทำลายเอกสาร โรงพิมพ์ บริษัทรับจ้าง ทำกิจกรรมทางการตลาด บริษัทรับจ้างพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ
  • หน่วยงานจัดฝึกอบรม/สัมมนา/ดูงาน เพื่อพัฒนาศักยภาพของบุคลากร
  • ผู้ตรวจสอบบัญชี ทนายความ ที่ปรึกษากฎหมายและภาษี ที่ปรึกษาใด ๆ

4.3 ผู้รับโอนสิทธิ หน้าที่ และผลประโยชน์ใด ๆ จากธนาคาร รวมถึงผู้ที่ได้รับมอบหมาย จากผู้รับโอนดังกล่าวให้ดำเนินการแทน เช่น กรณีปรับโครงสร้างองค์กร ควบรวมหรือซื้อกิจการ โอนพนักงาน

4.4 บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคาร หรือบุคคลภายนอกตามความยินยอม จากท่าน หรือตามข้อกำหนดของสัญญา หรือตามข้อกำหนดของกฎหมาย แล้วแต่กรณี

ท่านสามารถดูข้อมูลบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารและรายชื่อบริษัทประกันที่ธนาคารเปิดเผยข้อมูล ได้ที่
- บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคาร สามารถดูรายละเอียดได้ที่ https://tcrbank.com/finbusinessgroup
- รายชื่อบริษัทประกันที่ธนาคารเปิดเผยข้อมูล สามารถดูรายละเอียดได้ที่ https://tcrbank.com/insurancelist


5. สิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
5.1 สิทธิของท่านภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
ท่านมีสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ในการดำเนินการ ดังต่อไปนี้ โดยท่านสามารถเริ่มใช้สิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อบทบัญญัติในส่วนที่เกี่ยวกับสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีผลใช้บังคับ

(1) สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม (Right to Withdraw Consent)
ท่านมีสิทธิขอเพิกถอนความยินยอมที่ให้ไว้แก่ธนาคารในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลของท่านเมื่อใดก็ได้ เว้นแต่การเพิกถอนความยินยอมจะมีข้อจำกัดโดยกฎหมาย หรือสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่ท่าน
ทั้งนี้ การถอนความยินยอมจะไม่ส่งผลกระทบต่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ที่ท่านได้ให้ความยินยอมแก่ธนาคารไว้ก่อนหน้าแล้วโดยชอบด้วยกฎหมาย

(2) สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล (Right to Access)
ท่านมีสิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบ ของธนาคาร รวมถึงขอให้ธนาคารเปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวที่ท่านไม่ได้ให้ความยินยอม

(3) สิทธิในการให้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคล (Right to Data Portability)
ในกรณีที่ธนาคารได้ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติและสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากธนาคารได้ รวมทั้งมีสิทธิ ดังต่อไปนี้
  1. ขอให้ธนาคารส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลอื่นเมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ
  2. ขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่ธนาคารส่ง หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าว ไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรง เว้นแต่โดยสภาพทางเทคนิคไม่สามารถทำได้
(4) สิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล (Right to Object)
ท่านมีสิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลที่เกี่ยวกับท่านสำหรับกรณีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาดแบบตรงและกรณีอื่น ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด

(5) สิทธิในการลบข้อมูลส่วนบุคคล (Right to Erasure)
ท่านมีสิทธิขอให้ธนาคารลบหรือทำลายหรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ด้วยเหตุบางประการได้

(6) สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล (Right to Restriction of Processing)
ท่านมีสิทธิขอให้ธนาคารระงับการใช้ข้อมูลของท่านด้วยเหตุบางประการได้

(7) สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง (Right to Rectification)
ธนาคารพยายามที่จะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ทั้งนี้ กรณีที่ท่านเห็นว่าข้อมูลที่ธนาคารมีอยู่นั้นไม่ถูกต้องหรือท่าน มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเอง ท่านมีสิทธิขอให้ธนาคารแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

(8) สิทธิในการร้องเรียน
ท่านมีสิทธิในการร้องเรียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจตามพระราชบัญญัติคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เมื่อธนาคารฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติดังกล่าวได้

5.2 ช่องทางการใช้สิทธิ
ท่านสามารถใช้สิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลข้างต้นได้ผ่านช่องทางดังต่อไปนี้
  • อีเมล HR-PDPA-Center@tcrbank.com
  • หมายเลขโทรศัพท์ 0-2697-5300 ต่อ 2209, 2239

ทั้งนี้ ธนาคารจะแจ้งผลการดำเนินการภายในระยะเวลา 30 วัน นับแต่วันที่ธนาคารได้รับ การแจ้งความประสงค์ดังกล่าว หากธนาคารปฏิเสธคำขอข้างต้น ธนาคารจะแจ้งเหตุผลของการปฏิเสธ ให้ท่านทราบด้วย ผ่านทางอีเมล โทรศัพท์ หรือส่งหนังสือทางไปรษณีย์

6. มาตรการในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล

6.1 การดำเนินการเกี่ยวกับมาตรการในการรักษาความปลอดภัยของ ข้อมูลส่วนบุคคล
ธนาคารได้จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ

6.2 การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลแก่ผู้ประมวลผลข้อมูล
ธนาคารจะกำกับดูแลบุคคลอื่นซึ่งธนาคารมอบหมายให้ดำเนินการประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของธนาคารอย่างเหมาะสม

7. รายละเอียดการติดต่อ
ในกรณีที่มีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลของท่าน การใช้สิทธิของท่าน หรือมีข้อร้องเรียนใด ๆ ท่านสามารถติดต่อธนาคารได้ตามช่องทางดังต่อไปนี้

ธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน)
ช่องทางการติดต่อ:
สำนักงานใหญ่: เลขที่ 121/78-79 อาคารอาร์เอส ทาวเวอร์ ชั้น 26 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
หมายเลขโทรศัพท์: 0-2697-5300 ต่อ 2209, 2239
อีเมล: HR-PDPA-Center@tcrbank.com

เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล: ทีมเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO Team)
อีเมล: PDPU@tcrbank.com

8. การเข้าใช้งานเว็บไซต์อื่นผ่านทางเว็บไซต์ของธนาคาร
เนื่องจากประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ ใช้สำหรับการดำเนินการเกี่ยวกับพนักงาน นักศึกษาฝึกงาน อดีตพนักงาน สมาชิกในครอบครัว ผู้ค้ำประกันการปฏิบัติงาน และบุคคลอ้างอิง เท่านั้น หากท่านเข้าชมเว็บไซต์อื่นแม้จะผ่านช่องทางทางเว็บไซต์ธนาคาร การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลต่าง ๆ จะเป็นไปตามประกาศความเป็นส่วนตัวของเว็บไซต์นั้นซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธนาคาร

9. การแก้ไขเปลี่ยนแปลงประกาศความเป็นส่วนตัว
ธนาคารมีการพิจารณาทบทวนและอาจแก้ไขเปลี่ยนแปลงประกาศฉบับนี้ตามความเหมาะสม อยู่เป็นระยะ เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะได้รับความคุ้มครองอย่างเหมาะสม หากประกาศนี้ มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง ธนาคารจะแจ้งให้ท่านทราบผ่านทางการประกาศบนหน้าเว็บไซต์ของธนาคาร การแจ้งเตือนบนอุปกรณ์ของท่าน หรือด้วยวิธีการอื่น ๆ ที่เหมาะสม ทั้งนี้ ท่านสามารถเข้าเยี่ยมชมหน้าเว็บไซต์ดังกล่าวได้เพื่อศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับแก้ไขของธนาคาร
ให้เราช่วยเหลือคุณอย่างไร?
ที่ ธนาคารไทยเครดิตฯ คุณสามารถปรึกษาทุกเรื่องเกี่ยวกับการเงิน เพียงคุณส่งข้อความถึงเรา
คุยกับเรา